ประเด็นท้าทายเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI
ในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

๑. สภาพปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา

       ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้บริบทของการปฏิวัติดิจิทัล  เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วน รวมถึงด้านการศึกษา ซึ่ง AI สามารถจำลองความสามารถทางปัญญาของมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการตัดสินใจ เพื่อสนับสนุนกระบวนการต่างๆ ส่งผลให้ระบบการบริหารจัดการศึกษาแบบเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วได้อีกต่อไป

นโยบายระดับชาติได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมทรัพยากรมนุษย์สู่ยุคดิจิทัลอย่างชัดเจน
โดยปรากฏในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ นโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้กำหนดแนวทางการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  การบริหารจัดการและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้อัจฉริยะที่ตอบสนองต่อความต้องการรายบุคคล

กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสําคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีความฉลาดทางดิจิทัลผ่านการพัฒนาหลักสูตรที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรู้ ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถจัดการเรียนการสอนตามความต้องการของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเชิงรุกยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น
ครูบางส่วนขาดทักษะการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงข้อจํากัดในแหล่งเรียนรู้
และการออกแบบกิจกรรมที่ไม่สามารถตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียนได้ การจัดการเรียนรู้เชิงรุกจึงเป็นแนวทางสําคัญในการพัฒนาผู้เรียน โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติจริง มีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนร่วมชั้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมีความหมาย โดยครูทําหน้าที่เป็นผู้อํานวยความสะดวกที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การสร้างองค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะสําคัญในศตวรรษที่ 21

การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกจึงเป็นแนวทางสําคัญในการเพิ่มคุณภาพการศึกษา พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จําเป็นต่ออนาคต และเตรียมความพร้อมในการดํารงชีวิตและทํางานในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

๒. วิธีการดำเนินงาน

       ดำเนินงานตามวงจรการบริหารงานคุณภาพ : Plan, D : Do, C : Check , R : Reflect ,
S : Share , A:Act ควบคู่กับนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ STR – GREAT Model ดังนี้

  ๒.๑ ขั้นเตรียมการ (Plan)    

๒.๑.๑ การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหา ศึกษาความพร้อมของสถานศึกษาในมิติต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี ทักษะของบุคลากร (AI Literacy) และระบบข้อมูลที่มีอยู่

๒.๑.๒ สํารวจความต้องการและความพร้อมของครูและบุคลากร ประเมินความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ
และทัศนคติของครูในการจัดการเรียนรู้ผ่านแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม

๒.๑.๓ ออกแบบกลยุทธ์และกิจกรรม ประกอบด้วย กลยุทธ์ด้านการพัฒนาครู การบริหารจัดการทรัพยากร และออกแบบการวัดและประเมินผล

       ๒.๒ ขั้นปฏิบัติ (Do)

๒.๒.๑ การพัฒนาบุคลากร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับ AI
และส่งเสริมให้ใช้ AI ในการจัดการเรียนรู้

๒.๒.๒ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่หลากหลาย โดยนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ดังนี้

       ๒.๒.๑.๒ ใช้ AI เป็นผู้ช่วยสอนออนไลน์ เพื่อตอบคำถามและให้คำแนะนำแก่นักเรียนแบบทุกที่ทุกเวลา

๒.๒.๑.๓ สร้างกิจกรรมการเรียนรู้แบบโต้ตอบ เช่น แบบทดสอบอัจฉริยะ หรือการจำลองสถานการณ์

๒.๒.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริหาร ครู หรือบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้วิธีการส่งแบบสอบถามออนไลน์หรือแบบชุดเอกสาร

๒.๓ ขั้นตรวจสอบ (Check / Reflect / Share)

๒.๓.๑ การประเมินการจัดการเรียนรู้ของครู โดยประเมินผ่านสังเกตการสอน การตรวจสอบแผนการสอน

และผลงานนักเรียน และประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

       ๒.๓.๒ การประเมินโครงการ/กิจกรรม ติดตามผลการดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามแผนที่วางไว้

       ๒.๓.๓ วิเคราะห์ผลการประเมินและจัดทํารายงาน โดยการนําข้อมูลที่ได้จากการประเมินมาวิเคราะห์เชิง

ปริมาณและคุณภาพ เพื่อระบุจุดแข็ง จุดอ่อน และปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้น จัดทํารายงานผลการดําเนินงานและนําเสนอต่อผู้บริหาร คณะครู และคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อร่วมกันพิจารณา

       ๒.๓.๔ จัดกิจกรรมนักเรียนแลกเปลี่ยนสะท้อนกระบวนการดําเนินงาน ผ่านการพิจารณาว่าแผนโครงการ กิจกรรมที่ขับเคลื่อนมาใช้ได้ผลหรือไม่ และร่วมแบ่งปันแนวทางการเรียนรู้ที่ประสบความสําเร็จขยาย

ผลสู่เครือข่ายการเรียนรู้ในระดับห้องเรียน โรงเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้นําไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผู้เรียน

 

 

๒.๔ ขั้นการนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุง (Action)

๒.๔.๑ นําผลการประเมินมาปรับปรุงและแก้ไข โดยใช้ข้อมูลและข้อค้นพบจากการประเมินเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ แผนการดําเนินงาน กิจกรรม และวิธีการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่พบในการดําเนินงาน โดยใช้แนวคิดการแก้ปัญหาร่วมกัน

๒.๔.๒ การเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและมาตรฐานการศึกษาที่สูงขึ้น

 

๓. ผลลัพธ์การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษาที่คาดหวัง

  ๓.๑ ผลลัพธ์เชิงปริมาณที่คาดหวัง

๓.๑.๑ ผู้เรียนร้อยละ ๙๐ ได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยมีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้

๓.๑.๒ ครูร้อยละ ๙๐ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการจัด
การเรียนรู้เชิงรุก

๓.๑.๒ ครูร้อยละ ๙๐ สามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

๓.๒ ผลลัพธ์เชิงคุณภาพที่คาดหวัง

       ๓.๒.๑ ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       ๓.๒.๒ ครูสามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญโดยสามารถใช้ AI ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ